วิธีการทำกล้วยฉาบ

Posted By on September 21, 2012

วิธีการทำกล้วยฉาบ

ส่วนผสม
1 กล้วยหักมุกหวี (แบบดิบ) น้ำมันสำหรับทอด
2 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง น้ำ
3 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา วิธีทำ
ตั้งกระทะให้ร้อน เติมน้ำมันทั้งหมดลงในกระทะ พอให้ น้ำมันร้อน จึงปอกกล้วยแล้วฝาน เป็นแผ่นบาง ๆ ตาม ความยาวของผล ใส่ลงทอดในน้ำมันทันที หมั่นคนและ พลิกชิ้นกล้วยกลับให้ถูกความร้อนสม่ำเสมอกัน จนกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ทำให้หมดหวี เทน้ำมันออกจากกระทำให้หมด ใส่น้ำตาล น้ำ และเกลือ ลงในกระทะนั้น ต้มจนน้ำตาลละลาย และเคี่ยวต่ออีกครู่ จนน้ำตาลเหนียวเป็นเส้น
        เมื่อใช้ปลายมีดจุ่มลงในน้ำเชื่อม แล้วยกมีดขึ้น น้ำเชื่อมจะยืดตามมีดเป็นเส้น ใส่กล้วยที่ทอดไว้ ลงในกระทะน้ำเชื่อมทันทีที่ยกลงจากเตา เคล้าเบา ๆ ให้น้ำเชื่อมจับชิ้นกล้วยให้ทั่วถึง พักไว้จนเย็นสนิทและน้ำเชื่อมแห้งสนิทด้วย จึงเก็บใส่ ภาชนะที่ปิดได้สนิท ลองทำดูนะคะ (อาจจะใช้กล้วยดิบอื่นๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกล้วยหักมุก)

วิธีการทำน้ำขิงอร่อยๆ

Posted By on September 21, 2012

วิธีการทำน้ำขิงอร่อยๆ

ขิงสดใช้เป็นเครื่องเทศปรุงอาหารหลากหลายชนิดเเละมีประโยชน์ทางยาด้วยครับ ยกตัวอย่างเช่น ขิงอ่อนทำเป็นผักจิ้ม ทำขิงดอง หั่นฝอยทานกับโจ๊ก ไก่ผัดขิง ถั่วเขียวต้มน้ำตาลใส่ขิง ทำน้ำขิง น้ำเต้าฮวย และอาหารอีกมากมายที่มีขิงเป็นส่วนประกอบ

คุณประโยชน์

ขิงส่วนที่เป็นเหง้า โดยเฉพาะเหง้าแก่จะมีน้ำมันหอมระเหยชนิดต่าง ๆ อาทิเช่น Ginferol, Zingiberol, Citral, 1-3% ทำให้ขิงมีกลิ่นหอม ช่วยเจริญอาหาร เสริมสมรรถภาพทางเพศ และมีน้ำมันชัน (Oleoresin) มากกว่าเหง้าขิงอ่อน สารชนิดนี้ทำให้ขิงมีกลิ่นฉุนและรสเผ็ด ยังมีธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัสและวิตามินหลายชนิด รวมทั้งน้ำตาลและเส้นใยอาหาร เหง้าขิงมีรสเผ็ดด้วยสาร 6 – Shogaol และ 6 – Gingrol ซึ่งลดการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ร่างกายอบอุ่น ใช้ขับเหงื่อ ขับลม บรรเทาอาการจุกเสียด แน่นเฟ้อ รักษานิ่ว ช่วยย่อยอาหารจำพวกไขมัน ฆ่าพยาธิ รักษาโรคตา ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย แก้ท้องร่วงอย่างแรง แก้คลื่นเหียน อาเจียน ลดระดับแคเลสเตอรอลในตับและเส้นเลือด ใบขิงเอามาตำพอกบรรเทาอาการพกช้ำ ดอกขิงเชื่อว่าฆ่าพยาธิได้
น้ำขิง

ส่วนผสม

ขิง (ไม่แก่นัก) 1 ถ้วยน้ำ 2 ถ้วยน้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วยวิธีทำ
1. ปอกเปลือกขิงออก (ควรใช้ขิงไม่แก่นัก เพราะขิงแก่จัดจะมีสารชนิดหนึ่งมีกลิ่นฉุนและรสเผ็ดจัด เมื่อทำเป็นน้ำขิงแล้วจะไม่กล่อมกล่อม) ล้างน้ำ ทุบพอแหลก ตั้งน้ำให้เดือด เอาขิงลงต้มให้เดือด กรองเอากากออก
2. เติมน้ำตาล ชิมรสตามต้องการรีบยกลงกรองใส่ขวดที่ผ่านการต้มหรือนึ่งเป็นเวลา 20-30 นาที เมื่อน้ำเย็นลง แล้วค่อยเก็บใส่ตู้เย็น การต้มถ้าเดือดนานเกินไป กลิ่นหอมของขิงซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยจะระเหยออกไปหมดทำให้ขิงที่ได้ไม่มีกลิ่นหอมชวนดื่ม น้ำขิงเหมาะทั้งดื่มตอนที่กำลังร้อนอยู่ตามที่เรียกกันว่าน้ำเต้าฮวย รสเผ็ดเล็กน้อย หอมหวาน หรือดื่มกับน้ำแข็งทุบก็ได้

วิธีการทำเเพนเค้ก

Posted By on September 21, 2012

วิธีการทำเเพนเค้ก

เเพนเค็กนี่เป็นอาหารฝรั่งเค้าครับทำไม่ยากเลยครับ ส่วนตัวผมชอบมากๆครับ กินอร่อยดีครับเเต่หนักใจเรื่องวัตถุดิบเนี่ยเเหละครับเพราะใช้ไข่ทั้ง 2 ฟองเลยหละครับ กินคนเดียวนี้ถือว่าปริมาณเยอะเกินไปครับดังนั้นถ้าจะทำก็ไม่ควรกินคนเดียวนะครับเเบ่งๆกันกินได้ยิ่งดีครับพี่น้อง

เครื่องปรุง และ ส่วนผสม ของการ ทำแพนเค้ก

  1. แป้งสาลีตราว่าว 1 1/2 ถ้วย ร่อนผ่านตระแกรง
  2. ผงฟู 2 ช้อนชา ร่อนผ่านตระแกรง
  3. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  5. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  6. เนยสด 1/4 ถ้วย ตั้งไฟให้ละลาย
  7. นมสด 1 ถ้วย

วิธีทำ แพนเค้ก ทำแพนเค้ก

  1. ผสมน้ำตาลทราย และ เกลือ ลงในแป้งกับผงฟูที่ร่อนไว้คนให้เข้ากัน
  2. ผสม ไข่ไก่ นมสด คนให้เข้ากัน จากนั้นเทลงในอ่างแป้งคนด้วยตะกร้อมือจนส่วนผสมเข้ากันดี จึงใส่เนยละลายคนด้วยตะกร้อมืออีกครั้งให้เข้ากัน
  3. นำกระทะเทฟล่อน ตั้งไฟ ทาด้วยเนย พอร้อนวางพิมพ์วงแหวนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-11 ซม. ลงบนกระทะตักส่วนผสมแป้งเทใส่ในพิมพ์วงแหวนให้หนาประมาณ 1/2 ซม. ทอดพอเหลือง นำพิมพ์วงแหวนออกแล้วกลับด้านทอดให้เหลืองสวยทั้ง 2 ด้าน จึงนำขึ้นจากกระทะแล้วทอดต่อจนหมดแป้ง

วิธีการทำขนมลอดช่อง

Posted By on September 21, 2012

วิธีการทำขนาขนมลอดช่อง

ผมชอบมากเลยครับใส่ถ้วยน้ำเนี่ยเเละอัดน้ำเเข็งเข้าไปครับเเถวบ้านผมขายถ้วยละ 15 บาทเองอย่างอร่อยอะ เเต่เค้าเรียกว่าลอดช่องสิงคโปร เราก็งงทำไมต้องสิงคโปรด้วย ทุกวันนี้ก็ยังงงอยู่เลยครับ
ส่วนผสมตัวลอดช่อง

 แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม

แป้งเท้ายายม่อม 30 กรัม

แป้งซ่าหริ่ม 20 กรัม

น้ำปูนใส 450 กรัม

น้ำใบเตย 250 กรัม

น้ำแข็ง

 

ส่วนผสมน้ำกะทิ

น้ำกะทิ 250 กรัม

น้ำตาลปึก 150 กรัม

เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

เทียนอบ

เพิ่มเติม

เผือกนึ่ง, ข้าวเหนียวดำ, ขนุน อื่นๆ

วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน


1. ทำตัวลอดช่องโดยผสมแป้งข้าวเจ้า, แป้งเท้ายายม่อม, แป้งซ่าหริ่ม เข้าด้วยกัน หลังจากนั้นค่อยๆใส่น้ำ ปูนใสทีละน้อย ขณะเดียวกันก็นวดแป้งให้เข้ากันจนเนียนและเหนียว และค่อยๆใส่น้ำปูนใสจนหมด แล้วจึงใส่น้ำ ใบเตย แล้วนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง กวนจนแป้งเนียวและข้นจึงลดไฟลง กวนต่อจนแป้งสุก (แป้งจะมี ลักษณะข้นเหนียว)จึงปิดไฟ
2. เตรียมน้ำเย็นโดย นำน้ำแข็งไปละลายในน้ำจนน้ำเย็นจัด จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ในขั้นตอน ที่หนึ่งไปใส่ลงในพิมพ์ลอดช่อง ค่อยๆกดให้เป็นเส้นหย่อนลงไปในน้ำเย็นที่เตรียมไว้
3. ทำน้ำกะทิโดยนำน้ำตาลปึกผสมกับน้ำกะทิและเกลือป่น นำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ ค่อยๆ คนจนน้ำตาลละลายดี จึงปิดไฟ และนำไปอบควันเทียนให้หอม
4. ตักเส้นลอดช่องใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิ และน้ำแข็งทุบ สามารถใส่เครื่องเพิ่มเติมได้ตามต้องการ (เผือกนึ่ง, ข้าวเหนียวดำ, อื่น) เสริฟได้ทันที

กล้วยทอดทำยังไง

Posted By on September 21, 2012

กล้วยทอดทำยังไง

สูตรจาก
คุณระวิภาส เจริญคู้ แม่ค้าร้านกล้วยทอดร้อยหวีในซอยเสนานิคม 115 เขตลาดพร้าว
เป็นอีกผู้หนึ่งที่ผันตัวเองจากพนักงานบริษัท มาเป็นแม่ค้ากล้วยทอด
เพราะเห็นว่าการขายกล้วยทอดน่าจะมีรายได้ที่ดีกว่า
และกว่าจะมาเป็นกล้วยทอดร้อยหวี ที่ทำรายได้ให้มากมาย
คุณระวิภาสต้องลองผิดลองถูกอยู่นาน เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัว
คุณระวิภาสเปิดเผยถึงเคล็ดลับและวิธีการทำกล้วยทอดให้แก่ผู้ที่สนใจ ดังนี้

ส่วนผสมการทำกล้วยทอด
แป้งข้าวเจ้า 1 กก. ต่อกล้วย 10 หวี
แป้งหมี่ 0.5 กก.
แป้งมัน 0.5 กก.
มะพร้าวขูด 1 กก.
น้ำตาลทราย 1 กก.
เกลือ 2 ถุงเล็ก
น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง
งาขาว (โรยลงส่วนผสมทั้งหมด ก่อนนำกล้วยลงทอด)

วิธีการทำ
1.เทแป้งและส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วเติมน้ำเปล่า
อย่าให้แข็งหรือเหลวเกินไปเพื่อเวลาเอากล้วยชุบลงทอด แป้งจะติดกล้วยออกมาสวย

2.ใส่น้ำมันพืชเกือบเต็มกระทะ พอน้ำมันร้อน
ก็เอากล้วยที่ปอกเปลือกแล้ว ( 1 ลูก ฝานได้ 4 ชิ้น) ชุบแป้งลงทอด ใช้ทัพพีคน
เพื่อไม่ให้กล้วยติดกัน ทอดจนเหลืองสุกดี ใช้ตะแกรงตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

เคล็ดลับความอร่อย
1.ควรเลือกกล้วยที่ไม่สุกเกินไป
2.น้ำมันทอดกล้วยต้องร้อนจัด เปิดไฟแรงในช่วงเริ่มต้น
เมื่อเริ่มใส่กล้วยลงไป ให้หรี่เป็นไฟกลาง พอกล้วยเต็มกระทะ ปรับไฟให้แรงขึ้น
ใช้ไม้ยาวเขี่ยแยกกล้วยไม่ให้ติดกัน หลังจากกล้วยสุกเสมอกันดีแล้ว ตักขึ้น
3.นอกจากกล้วย ยังมีเผือกและมัน นำมาหั่นทอดขายได้เช่นกัน

เทคนิคอื่นๆที่พึงใส่ใจ
1.กระทะ ถาดใส่กล้วย กะละมัง ควรหมั่นดูแลให้สะอาดอยู่เสมอ
อย่าให้ขะมุกขะมอม เพราะไม่น่ากิน และดูสกปรก

2.อย่าใช้ถุงกระดาษหนังสือพิมพ์ เพราะหมึกพิมพ์เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ในจุดนี้ลูกค้าก็ระวังตัวเองอยู่แล้ว ผู้ขายควรใช้กระดาษห่ออาหาร แล้วใส่ถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง

3.ในช่วงเริ่มต้น ผู้ขายอาจนำแนวทางของคนอื่นมาประยุกต์ใช้
แต่ผู้ขายควรพยายาม พัฒนาดัดแปลงให้มีจุดเด่น เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของร้าน
นอกจากนี้ ผู้ขายยังต้องสนใจรับฟังคำติชม เพื่อนำมาปรับปรุงต่อไป

ที่มา แหล่งข้อมูล ออมสิน,ธนาคาร.”กล้วยทอดร้อยหวี ขายยังไง ได้ร้อยหวีต่อวัน”.
แนะนำอาชีพสร้างเสริม รายได้ ธนาคารประชาชน.กรุงเทพมหานคร :ธนาคารออมสิน,2544.

กล้วยทอด อาชีพธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ผู้ที่สนใจจะก้าวเข้าสู่อาชีพนี้
สามารถนำเคล็ดลับวิธีการทำกล้วยทอดดังกล่าวไปปรับใช้
ก่อนพัฒนาสร้างสูตรเฉพาะของตนเองขึ้นมา

วิธีการทำก๋วยเตี๊ยวหลอด

Posted By on September 21, 2012

วิธีการทำก๋วยเตี๊ยวหลอด

 

ก๋วยเตี๋ยวหลอด

ส่วนผสม

ส่วนผสมกุ้ง 1 ถ้วย
หน่อไม้ในน้ำเกลือ
ต้มน้ำทิ้งและซอยเป็นเส้น 1/2 ถ้วย
แผ่นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่ยังไม่ตัด 5 แผ่น
กระเทียมเจียว , ผักชี

ส่วนผสมของซอสก๋วยเตี๋ยวหลอด

ซีอิ๋วจีน 1 ถ้วย
น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 1/2 ถ้วย
น้ำสต๊อกไก่ 1/4 ถ้วย
เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.ผสมส่วนผสมกุ้งกับหน่อไม้ให้เข้ากัน
2.ทำซอสก๋วยเตี๋ยวหลอดโดยผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ตั้งไฟให้ร้อนจนน้ำตาลละลาย ทิ้งไว้ให้เย็น
3.ตัดแผ่นก๋วยเตี๋ยวให้ได้ขนาด 6*6 นิ้ว แผ่แผ่นก๋วยเตี๋ยวทีละแผ่นลงบนเขียงหรือถาด ตักส่วนผสมกุ้งใส่ริมแผ่นก๋วยเตี๋ยวด้านล่าง ค่อยๆม้วนให้เป็นทรงกระบอกจนสุดปลายอีกด้านหนึ่ง เรียงไว้ในจานหรือภาชนะที่จะนำไปนำไปนึ่ง
4.นำไปนึ่งในน้ำเดือด ไฟแรงประมาณ 8 นาที หรือจนไส้กุ้งสุก
5.ก่อนเสิร์ฟราดด้วยน้ำซอสก๋วยเตี๋ยวหลอดโรยด้วยกระเทียมเจียวผักชี

น้ำสต๊อก

โครงไก่ 4 โครง
น้ำสะอาด 4 ลิตร
ก้านขึ้นฉ่าย 1 กำ
หัวไช้เท้าปลอกเปลือกหั่นเป็นท่อน 1 หัว
รากผักชี 2 ราก
ซีอิ๊วขาว 1/4 ถ้วย
น้ำตาลกรวดขนาดประมาณลูกปิงปอง 1 ก้อน
พริกไทยเม็ด (ดำหรือขาว) 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.เรียงหัวไช้เท้า ก้านขึ้นฉ่าย รากผักชี พริกไทยเม็ด น้ำตาลกรวดลงในหม้อใบใหญ่
2.ล้างโครงไก่ สะเด็ดน้ำและใส่ลงในหม้อ ใส่ซีอิ๊วขาวและเกลือ เติมน้ำและตั้งไฟแรง
3.เมื่อน้ำเดือดให้หรี่ไฟลงจนเห็นฟองอากาศเฉพาะขอบหม้อ จะมีฟองลอยขึ้นมา ช้อนฟองออกเพราะจะทำให้น้ำสต๊อกขุ่น
4.ตั้งไฟเคี่ยมเป็นเวลา 4–6 ชั่วโมงจึงกรองเอาแต่น้ำสต๊อก

TIPS

การทำน้ำสต๊อกพื้นฐานในแบบของจีนความซับซ้อนมาก เราจึงดัดแปลงให้ทำง่ายขึ้น แต่ให้รสชาติดีกว่าการใช้น้ำเปล่า หรืออาจใช้ผงซุปไก่ผสมน้ำก็ได้
ไม่ควรปล่อยน้ำสต๊อกให้เดือด เพราะจะทำให้น้ำซุปขุ่น
สับกระดูกไก่ให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ใช้เวลาน้อยลงในการสกัดกลิ่นรสออกมาจากกระดูกไก่ และควรล้างกระดูกไก่ที่สับแล้วก่อนการต้มเพื่อป้องกันเศษกระดูกอยู่ในน้ำซุป
สามารถต้มน้ำซุปไว้ล่วงหน้าได้ โดยน้ำซุปที่กรองแล้วให้เก็บไว้ในช่องแข็ง จะเก็บได้นานถึง 1 เดือน

ส่วนผสมกุ้งสับ

ส่วนผสม

กุ้งแชบ๊วยทำความสะอาด เอาหางออก 2 ถ้วย
มันหมูแข็งสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ขาว 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
พริกไทนป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1.ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน เคล้าให้เข้ากันทั่วและนำมาสับรวมกันพอให้กุ้งแหลก
2.นวดส่วนผสมให้เข้ากันเพื่อให้กุ้งเหนี่ยวและไม่เละเมื่อสุก โดยใช้มือตักส่วนผสมขึ้นมาฟาดกับชามผสมหากมีเครื่องตีไข่ไฟฟ้าอาจนวดส่วนผสมโดยใช้หัวเครื่องตีรูปใบไม้ก็ได้
3.แช่ส่วนผสมที่ได้ไว้ในตู้เย็นจนกว่าขะนำมาใช้

ขอบคุณที่มา : hilunch.com

วิธีการทำกล้วยเเขก

Posted By on September 21, 2012

วิธีการทำกล้วยเเขก

ส่วนผสม
กล้วยน้ำว้า   15  ผล
แป้งข้าวเจ้า    2    ถ้วยตวง
แป้งสาลี    2   ถ้วยตวง
ผงฟู       1 1/2   ช้อนชา
มะพร้าวขูด    1   ถ้วยตวง
เกลือ     1/2     ช้อนชา
น้ำ      1  1/2   ถ้วยตวง
งาคั่ว     2    ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล   3    ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับทอด   2    ถ้วยตวง วิธีการทำ
ร่อนแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลีและผงฟูด้วยกันสัก 2 ครั้ง ใส่เกลือ คนให้เข้ากันดีจึงใส่งาคั่ว ละมะพร้าวคนให้เข้ากัน เสียก่อนจึงเติมน้ำคนให้ แป้งละลายดี
ตั้งกระทะให้ร้อนเสียก่อน จึงใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนจึงนำ กล้วยลงทอด
ปอกกล้วยทีละลูกแล้วแบ่งเป็นชิ้น โดยฝานตามยาวลูก ออกเป็น 3 หรือ 4 ชิ้น ใส่ลงในชามแป้งทำทีละ 2 ลูก จากนั้น หยิบชิ้นกล้วยชุบแป้งให้ติดทั่วทั้งชิ้นใส่กระทะ ทอดจนแป้งเหลืองกรอบ ต้องกลับชิ้นกล้วยระหว่างที่ทอด ด้วย ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ถ้าชอบกล้วยแขกที่นิ่มมาก ๆ ก็ใช้กล้วยที่งอม

หมายเหตุ

กล้วยที่ทำกล้วยแขกอร่อยกว่ากล้วยน้ำว้า คือ กล้วยนางญา (นางพญา) ของภาคใต้ ถ้าไม่มีผงฟูให้ใช้น้ำปูน
1   ถ้วยตวงและ น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
อาจใช้กล้วยชนิดอื่น เช่น กล้วยไข่ กล้วยหอม แทนกล้วยน้ำว้า ได้ หรือใช้จำปาดะทั้งยวง คือมีเมล็ดอยู่ข้างในด้วยชุบหรือใช้สาเก เผือก และมันเทศแทนกล้วยได้
1. เผือก มัน และสาเกปอกเปลือกแช่น้ำเอายางออกเสียก่อน แล้วจึงหั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ พ เซนติเมตร ส่วนจำปาดะ ใช้ทั้งยวง ไม่ต้องเอาเมล็ดออก ชุบแป้งทอดแทนกล้วยได้
2. กล้วยนั้นบางครั้งใช้ไม้แบน ๆ กดกับเขียงทั้งเปลือกให้กล้วยแบนลง แล้วลอกเปลือกออก จึงนำไปชุบแป้งทอดก็ได้
3. จำปาดะหมายถึง ขนุนพันธุ์หนึ่งของภาคใต้ เนื้อนิ่มกลิ่นหอมฉุน ภาคใต้นิยมมากกว่ากล้วย
กลเม็ดเคล็ดลับ
กล้วยแขกแป้งเหลืองกรอบ แป้งหุ้มกล้วยบางสม่ำเสมอกันทั้ง ชิ้น ชิ้นกล้วยหนาพอควร แป้งที่ชุบกรอบแต่ไม่กระด้าง ชิ้นกล้วย นุ่ม รสหวานจากกล้วย ส่วนแป้งมีรสเค็ม หวานเล็กน้อยและมันจาก มะพร้าวและงา

วิธีการทำเค็กกล้วยหอม

Posted By on September 21, 2012

วิธีการทำเค็กกล้วยหอม

ส่วนผสม

แป้งสาลีบัวแดง 180 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา 3/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 190 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 170 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง (เบอร์ 0)
กลิ่นวานิลลาหรือกลิ่นกล้วยหอม 1 ช้อนชา
กล้วยหอมสุกงอมบดละเอียด 200 กรัม
นมสด (จืด) 60 กรัม
โยเกิร์ต (รสธรรมชาติ) 40 กรัม

วิธีทำ

    1. อุ่นเตาอบอุณหภูมิ 200-210 องศาเซลเซียส  ไฟบนและล่าง  ไม่เปิดพัดลมกระจายความร้อน
    2. วางกระทงกระดาษหรือกระทงอลูมินัมฟอล์ยลงในพิมพ์อลูมิเนียมที่ขนาดเหมาะสมกัน  แล้วเรียงไว้ในถาด
    3. ชั่งแป้ง  ตวงผงฟูและเบกกิ้งโซดา  ร่อนรวมกัน 2 ครั้ง  ใส่ชามผสมใบกลาง
    4. ชั่งน้ำตาล  ใส่เกลือ  เทลงในของแห้ง  ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน  พักส่วนนี้ไว้
    5. ปอกกล้วยหอมแล้วหั่นเป็นชิ้นย่อม ๆ ใส่ชามผสมใบเล็ก
    6. เทโยเกิร์ตและนมสดลงไป  ใช้ที่บดกล้วยบดให้ละเอียดและเข้ากัน
    7. เติมกลิ่นกล้วยหอมหรือกลิ่นวานิลลาลงในส่วนผสมกล้วยบด  คนให้เข้ากัน  พักส่วนนี้ไว้
    8. ชั่งน้ำมันพืชให้ได้ตามสูตร  ตอกไข่ไก่ 2 ฟอง  ใส่ชามผสมใบเล็ก
    9. คนด้วยส้อมหรือตะกร้อมือให้น้ำมันพืชและไข่เข้ากันดี

 

  1. เทส่วนของไข่และน้ำมันพืชลงในของแห้ง
  2. คนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน  ไม่เห็นผงแป้งแล้วหยุดคนเลย  พยายามกวาดตะกร้อมือให้ถึงก้นชามผสม  ส่วนผสมจะข้นและหนืดมาก  ไม่ต้องตกใจค่ะ
  3. เทส่วนของกล้วยที่บดไว้ลงไป  โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง
  4. ใส่ครั้งแรกลงไปแล้วคนด้วยตะกร้อมือพอเข้ากัน  อาจจะยังไม่เข้ากันดี  ไม่เป็นไรค่ะ
  5. ใส่กล้วยบดส่วนที่เหลือลงไป  คนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากันดี  ส่วนผสมจะเหลว  ไม่หนืดค่ะ
  6. ตักใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ให้เกือบเต็มถ้วย  เหลือพื้นที่ขอบถ้วยไว้ 2-3 มิลลิเมตร
  7. นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 200-210 องศาเซลเซียส  ไฟบนและล่างไม่เปิดพัดลมกระจายความร้อน 10 นาที
  8. ครบ 10 นาทีแล้ว ลดอุณหภูมิของเตาอบลงเหลือ 180 องศาเซลเซียส  ยังคงไม่เปิดพัดลม  อบต่อจนเค้กสุก  เช็คสุกโดยใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางเค้ก  ยกไม้จิ้มฟันแล้วไม่มีเศษเค้กแฉะ ๆ ติดขึ้นมาค่ะ
  9. เค้กสุกแล้วนำออกจากเตา  พักไว้บนตะแกรง 5 นาที  แล้วหยิบออกจากถ้วยวางผึ่งบนตะแกรงจนเย็น

วิธีการทํากล้วยตาก

Posted By on September 21, 2012

วิธีการทํากล้วยตาก

วัตถุดิบและสัดส่วน:
1.กล้วยน้ำว้า 1 – 2 หวี
2.น้ำเปล่าประมาณ5 ถ้วย
3.เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการปรุง:
1.กล้วยน้ำว้า เลือกที่งอมๆหน่อยนะค่ะ ปอกเปลือกออก อาจตัดหัวท้ายออกสักหน่อย
2.นำกล้วยมาเรียงตากแดด หั่นกลับด้าน โดยตากช่วงที่มีแดด พอแดดเริ่มหมดเราก็เก็บใส่ถุงหรือภาชนะทำอย่างนี้ประมาณ 3 วัน
3. ตั้งน้ำแล้วใส่เกลือลงไป คนให้เกลือละลายดี ยกลง รอจนน้ำเกลือที่ได้เย็นสนิท ระหหว่างนั้นเราก็นำกล้วยมาคลึงให้แบน ถ้าตามวิธีโบราณเค้าจะรองด้วยใบตอง แล้วค่อยๆ กดให้แบน แต่เพื่อความสะดวกเราก็ใช้ถุงแกงก้ได้ค่ะ แล้วใช้ขวดค่อยๆ กด
4.นำกล้วยล้างด้วยน้ำเกลือหรืออาจแช่ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นนำกล้วยมาเรียงบนตะแกรงตากแดดอีกครั้ง หมั่นกลับด้านเช่นเดิม ให้กล้วยแห้งทั้งสองด้าน
5.นำกล้วยตากที่ได้มาเรียงใส่ภาชนะ ที่มีฝาปิดมิดชิด สามารถเก็บไว้กินได้งานค่ะ
เคล็ดลับ:
นอกจากการตาก หรือกล้วยตากของเราจะเป็นการยืดอายุในการเก็บรักษากล้วยน้ำว้าให้สามารถเก็บไว้กินได้นานขึ้นแล้ว ประโยชน์และคุณค่าสารอาหารที่มีในกล้วยนั้นก็ยังคงอยู่ เป็นของหวานในยามขาดแคลนได้ดี

วิธีการทำขนมเข่ง

Posted By on September 21, 2012

วิธีการทำขนมเข่ง

เหนียนเกา, เค้กข้าว, เค้กประจำปี หรือ เค้กตรุษจีน คืออาหารที่ทำจากข้าวเหนียวเพื่อบริโภคในอาหารจีน ขนมเข่งสามารถพบได้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตของชาวเอเชีย และในร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ ถึงแม้ขนมเข่งจะรับประทานได้ตลอดปี แต่จะเป็นที่นิยมที่สุดในช่วงตรุษจีน คนนิยมรับประทานขนมเข่งในช่วงนี้ เพราะคำว่า เหนียนเกา ออกเสียงเหมือนคำว่า ปีที่สูงขึ้น ในภาษาจีน
แม้ขนมเข่งจะมีหลากหลายรูปแบบ แต่ส่วนประกอบหลักคือข้าวเหนียวที่จะนำมาทำให้มีลักษณะคล้ายแป้งเปียก จากนั้นนำมาขึ้นรูป หรือนำไปปรุงอีกครั้งผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ขนมเข่งมีหลายรูปแบบ สามารถพบได้ในอาหารเซี่ยงไฮ้ อาหารฝูเจี้ยน อาหารกวางตุ้งซึ่งมีแหล่งกำเนิดจากมณฑลกวางตุ้ง
สไตล์เซี่ยงไฮ้

ขนมเข่งสไตล์เซี่ยงไฮ้จะถูกทำให้เป็นท่อนกลมหนานุ่มเพื่อที่จะนำไปหั่นเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปทอดหรือใส่ลงในซุป วิธีการปรุงที่ต่างกันจะทำให้ขนมเข่งเกิดความแตกต่างตั้งแต่นุ่มไปจนถึงเหนียว เมื่อนำมาเสิร์ฟ วิธีที่นิยมทั่วไปคือการนำมาทอด เรียกว่า เฉ่าเหนียนเกา โดยทั่วไปแล้วมีสามประเภท ประเภทแรก สำหรับเสิร์ฟเป็นออเดิร์ฟมีรสชาติเผ็ดและเค็ม ประกอบด้วย หอม เนื้อวัว เนื้อหมู กะหล่ำปลี เป็นต้น ประเภทที่สองเป็นอาหารหวาน ใช้น้ำตาลทรายขาวเป็นส่วนประกอบ และประเภทสุดท้ายคือแบบไม่มีรสชาติ ใช้เคี้ยวเพื่อให้รู้สึกถึงพื้นผิวเท่านั้น

สไตล์กวางตุ้ง

ในภาษากวางตุ้งเรียกขนมเข่งว่า เหนียนเกา เช่นเดียวกัน ขนมเข่งสไตล์กวางตุ้งมีสีเหลืองเข้ม และมีรสหวานจากน้ำตาลทรายแดง ขนมเข่งจะถูกตีให้เป็นแผ่น แล้วอบด้วยไอน้ำอีกครั้งเพื่อปรุงส่วนผสม แป้งที่ถูกนวดจะถูกนำมานึ่งจนกระทั่งแข็งตัว แล้วนำมาเสิร์ฟเป็นแผ่นหนา ซึ่งอาจจะนำมารับประทานได้เลย ขนมเข่งจะยืดหยุ่นและเหนียวมาก สามารถนำมาเสิร์ฟเป็นพุดดิ้งราดด้วยกลิ่นกุหลาบหรือถั่วแดงบด

ขั้นตอนต่อไปซึ่งเป็นทางเลือกในการทำขนมเข่งคือการนำไปทอด แล้วใส่ไข่ เพื่อที่จะทำ เจียน เหนียน เกา (jian nian gao, ภาษาจีนกลาง) เมื่อนำไปทอดจะทำให้เนื้อกรอบนอกนุ่มใน ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะถูกนำไปหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมและเสิร์ฟกับเค้กติ่มซำอื่นๆ เช่น เค้กเผือก และ เค้กเกาลัด

ญี่ปุ่นและเกาหลีก็มีอาหารที่ทำมาจากข้าวเหนียว เรียกว่า โมจิ (moji) และ ต๊อก (tteok) ตามลำดับ ทีออกสามารถทำจากข้าวปกติได้เช่นกัน ขนมเข่งเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในช่วงเทศกาลตรุษจีนในประเทศฟิลิปปินส์ เนื่องจากประชากรจำนวนมากเป็นชาวจีนโพ้นทะเล ซึ่งเรียกว่า ทิกอย (tikoy) หรือ ตีโก้ย 甜粿 (tikoe เรียกในหมู่ชาวฮกเกี้ยนใน มาเลเซีย สิงคโปร์ และ ภูเก็ต) และเรียกว่า ทิเค (tikay) ในภาษาพม่า